ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้า

image_slide: 
Undefined
sub title: 
กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
เนื้อหา: 

รายงานดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของไทย เดือนธันวาคม 2563

กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของไทย เดือนธันวาคม 2563 ดังนี้

       ดัชนีราคาส่งออก  เดือนนธันวาคม 2563 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน สูงขึ้นร้อยละ 0.1 (YoY)ขยายตัว ต่อเนื่อง 2 เดือนติดต่อกัน โดยดัชนีราคาส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าเกษตรกรรมสูงขึ้น ร้อยละ 4.2 ได้แก่ ยางพารา เนื่องจากความต้องการใช้เพื่อผลิตถุงมือยางเพิ่มขึ้น ส่วนผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและ แห้ง สูงขึ้นตามความต้องการของตลาดคู่ค้าที่มีอย่างต่อเนื่อง  สำหรับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง การส่งออกไปจีน ขยายตัวสูงขึ้นมาก ประกอบกับผลผลิตยังคงออกสู่ตลาดไม่มากนัก หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้น ร้อยละ 3.4 ได้แก่ น้ำตาลทราย เพิ่มขึ้นจากผลผลิตในตลาดโลกที่ลดลง สำหรับอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยงส่วนหนึ่งจากต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉพาะปลาทูน่าปรับตัวสูงขึ้น และ หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 0.4 ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบตามความต้องการในประเทศสำคัญยังขยายตัว ขณะที่หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลดลงร้อย ละ 20.7 ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดิบและก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกที่ลดลงเมื่อ เทียบกับปีก่อนหน้า จากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ยังหดตัว  

       ดัชนีราคานำเข้า เดือนธันวาคม 2563 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน สูงขึ้นร้อยละ 0.9 (YoY) ซึ่งเป็นการ ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 11 เดือน หมวดสินค้าที่ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าวัตถุดิบ และกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 4.2 ได้แก่ ทองคำ เพื่อการลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ส่วนราคาเหล็ก เหล็กกล้า และ ผลิตภัณฑ์สูงขึ้นตามราคาในประเทศจีนที่ปรับตัวสูงขึ้น หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 1.7 ได้แก่ วัสดุสำนักงาน นมและผลิตภัณฑ์นม  เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมีความต้องการที่เพิ่มขึ้น หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 1.4  ได้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากความต้องการใช้อุปกรณ์เพื่อ ป้องกันการติดเชื้อไวรัส COVID-19และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 0.2 ตามความ ต้องการใช้รถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และส่วนประกอบอุปกรณ์จักรยานยนต์ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่หมวดสินค้า เชื้อเพลิงเป็นหลัก ลดลงร้อยละ 9.7 ได้แก่ น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม  เนื่องจากราคา น้ำมันดิบโลกยังต่ำกว่าเดียวกันของปีก่อนหน้า ตามเศรษฐกิจโลกที่ยังหดตัว 

รายละเอียด.....