ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้า

image_slide: 
Undefined
sub title: 
กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
เนื้อหา: 

รายงานดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของไทย เดือนธันวาคม 2563

กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของไทย เดือนธันวาคม 2563 ดังนี้

       ดัชนีราคาส่งออก  เดือนนมกราคม 2564 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สูงขึ้นร้อยละ 0.9 (YoY)เป็นการขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือนติดต่อกัน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการสูงขึ้นของ หมวดสินค้า เกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 6.2จากราคายางพาราสูงขึ้นตามความต้องการใช้ที่มีจ านวนมาก และราคา ข้าวที่ได้รับผลกระทบจากผลผลิตยังอยู่ในระดับต่ า หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 3.6 จากราคาน้ าตาลที่สูงขึ้นตามการลดลงของผลผลิตในตลาดโลก และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้น ร้อยละ 0.7จากราคาทองค าที่ยังคงสูงกว่าปีก่อนหน้า นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ ราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ และเหล็กและเหล็กกล้าปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หมวดสินค้าแร่และ เชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 15.6ตามราคาน้ ามันที่ยังต่ ากว่าปีก่อนหน้า แต่คาดว่าจะกลับมาเพิ่มขึ้นใน เดือนกุมภาพันธ์ 2564 หลังจากราคาน้ ามันฟื้นตัวต่อเนื่อง ตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น 

       ดัชนีราคานำเข้า เดือนนมกราคม 2564 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สูงขึ้นร้อยละ 2.2 (YoY)เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และขยายตัวในเกือบทุกหมวดสินค้า โดยหมวดสินค้า วัตถุดิบและกึ่งส าเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 4.3 ได้รับปัจจัยสนับสนุน ทั้งราคาทองค าที่ยังอยู่ระดับสูงกว่าปี ก่อนหน้า และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ท าให้สินค้าส าคัญปรับเพิ่มขึ้น เช่น เคมีภัณฑ์ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เป็นต้นหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 1.8จากปัจจัยผลิตภัณฑ์ใช้ เทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ราคาสูงขึ้น และสินค้าส าหรับเด็กที่ผู้ปกครองยินดีจ่ายราคาสูง รวมทั้งสินค้าฟุ่มเฟือย และสินค้าพรีเมียมเริ่มปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 1.5 จากราคาสินค้าประเทศผู้ส่งออกส าคัญปรับตัวสูงขึ้น สอดคล้องกับ ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวมากขึ้น และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 0.3 ปรับตัวดีขึ้นในหลายสินค้า สอดคล้องกับการคาดการณ์ยอดขายภายในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หมวดสินค้าเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 1.0 ซึ่งเป็นการหดตัวน้อยสุดในรอบ 12 เดือน และคาดว่าจะกลับมาเป็นบวกในเดือนหน้า

รายละเอียด.....