ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้า

image_slide: 
Undefined
sub title: 
กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
เนื้อหา: 

รายงานดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของไทย เดือนพฤศจิกายน 2563

กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของไทย เดือนพฤศจิกายน 2563 ดังนี้

       ดัชนีราคาส่งออก  เดือนพฤศจิกายน 2563 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน สูงขึ้นร้อยละ 0.2 (YoY) กลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 10 เดือน ประกอบด้วย หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 6.0 ได้แก่ ยางพารา เนื่องจากความต้องการใช้เพื่อผลิตถุงมือยางเพิ่มขึ้น และปริมาณผลผลิตยางพาราออกสู่ตลาดลดลง ส่วนผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง สูงขึ้นตามความต้องการของตลาดคู่ค้าที่มีอย่างต่อเนื่อง และข้าวเนื่องจากการส่งออกข้าวนึ่งเร่งสูงขึ้นในเดือนนี้ หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 3.4 ได้แก่ น้ำตาลทราย เพิ่มขึ้นจากผลผลิตในตลาดโลกที่ลดลง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยง ตามความต้องการบริโภคสินค้าประเภทอาหารจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 0.3 ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สื่อสาร ตามความต้องการในประเทศสำคัญยังขยายตัว และอัญมณีและเครื่องประดับ โดยเฉพาะราคาทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูปที่ราคาสูงกว่าปีก่อนหน้าค่อนข้างมาก จากความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 22.5 ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดิบ และก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ยังหดตัว 

       ดัชนีราคานำเข้า เดือนพฤศจิกายน 2563 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ลดลงร้อยละ 1.0 (YoY) ประกอบด้วย หมวดสินค้าเชื้อเพลิงเป็นหลัก ลดลงร้อยละ 18.1 ได้แก่ น้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียม เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกลดลงจากปีก่อนหน้า ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง ลดลงร้อยละ 0.4 จากรถยนต์โดยสารและรถบรรทุก และส่วนประกอบ และอุปกรณ์ยานยนต์ ที่ได้รับผลกระทบจากความต้องการสินค้าคงทนลดลงในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจโลก ขณะที่หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 3.8 ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ตามราคาผู้ผลิตรายสำคัญของโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่วนอุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสอดคล้องกับการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ฟื้นตัว ตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นด้วย และทองคำที่สูงขึ้นตั้งแต่ต้นปีตามความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 1.7 ได้แก่ เครื่องรับวิทยุโทรศัพท์ โดยการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่เพิ่มขึ้น ส่วนเครื่องซักผ้าและเครื่องปรับอากาศยังเติบโต และหมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 0.8 ได้แก่ เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากความต้องการใช้อุปกรณ์เพื่อป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ และเครื่องรับส่งสัญญาณและอุปกรณ์ปรับสูงขึ้นตามความต้องการสินค้าเทคโนโลยีที่ทันสมัยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

รายละเอียด.....