ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้า

image_slide: 
Undefined
sub title: 
กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
เนื้อหา: 

รายงานดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของไทย เดือนเมษายน 2563

กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของไทย เดือนเมษายน 2563 ดังนี้

       ดัชนีราคาส่งออก เดือนเมษายน 2563 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ลดลงร้อยละ 2.4 (YoY) ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยมีปัจจัยหลักจากผลของราคาหมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 46.2 และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม ลดลงร้อยละ 1.1 สินค้าที่ราคาลดลง ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดิบ เม็ดพลาสติก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาง ขณะที่หมวดสินค้าเกษตรกรรม และหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร ยังคงปรับตัวสูงขึ้น ที่ร้อยละ 1.9 และ 1.5 ตามลำดับ สินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น ได้แก่ ข้าว ไก่สดแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง น้ำตาลทราย อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ซึ่งเป็นไปตามความต้องการบริโภคสินค้าประเภทอาหารเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้มีการกักตุนสินค้าไว้บริโภคยามจำเป็น ประกอบกับค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมีการปรับเพิ่มขึ้นมาก

       ดัชนีราคานำเข้า เดือนเมษายน 2563 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ลดลงร้อยละ 7.3 (YoY) หดตัวต่ำสุดในรอบ 50 เดือน และเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของหมวดสินค้าเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 48.2 ได้แก่น้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันตลาดโลกชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง ลดลงร้อยละ 0.5 ได้แก่ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ และส่วนประกอบและอุปกรณ์จักรยานยนต์ และรถจักรยาน ขณะที่หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 1.0 ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 1.7 ได้แก่ ทองคำ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 1.4 ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เครื่องประดับอัญมณี และผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้

       แนวโน้มราคาส่งออก-นำเข้าของไทย ปี 2563 คาดว่าจะยังคงปรับลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจาก 1) ราคาน้ำมันดิบโลกทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากความต้องการที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้ราคาสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันปรับลดลงตาม 2) การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ความต้องการสินค้าของตลาดโลกลดลง โดยเฉพาะสินค้าคงทนและสินค้าอุตสาหกรรม 3) เงินบาทอ่อนค่าจากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐลดลง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสนับสนุนให้ราคาส่งออก-นำเข้าสูงขึ้น ได้แก่ 1) ปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตร และสินค้าเกษตรแปรรูปสูงขึ้น 2) ปัจจัยชั่วคราวจากราคาทองคำที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น 3) การผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองและการเปิดเศรษฐกิจบางส่วนของหลายประเทศ ทำให้การส่งออก-นำเข้าสินค้า ขยายตัวดีขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร 4) ต้นทุนผู้ประกอบการจากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งสินค้าระหว่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าระวางบรรทุกสินค้าทางอากาศ

รายละเอียด.....