ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้า

image_slide: 
Undefined
sub title: 
กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์
เนื้อหา: 

รายงานดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของไทย เดือนพฤศจิกายน 2564

กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของไทย เดือนพฤศจิกายน 2564 ดังนี้

       ดัชนีราคาส่งออก เดือนพฤศจิกายน 2564เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 ติดต่อกัน ที่ร้อยละ 3.9 (YoY) สาเหตุหลักเป็นผลจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ทำให้ความต้องการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศคู่ค้าขยายตัวอย่างต่อเนื่องในหลายกลุ่มสินค้า โดยหมวดสินค้าที่ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับตัวสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง สูงขึ้นร้อยละ 53.7 จากราคาน้ำมันสำเร็จรูป และน้ำมันดิบ ตามราคาในตลาดโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูง หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 5.5 โดยเฉพาะน้ำตาลทราย ตามปริมาณผลผลิตตลาดโลกที่ลดลง และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 2.4 จากสินค้ารถยนต์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง และเคมีภัณฑ์ โดยได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินค้าของประเทศคู่ค้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงบางสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่หมวดสินค้าเกษตรกรรม ลดลงร้อยละ 0.3 จากผลของราคาสินค้าข้าวที่ต่ำกว่าปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ความต้องการสินค้าข้าวจากตลาดโลกยังมีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเงินบาทอ่อนค่าซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกข้าวไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น

       ดัชนีราคานำเข้า เดือนพฤศจิกายน 2564 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 ติดต่อกัน ที่ร้อยละ 13.3 (YoY) หมวดสินค้าที่ดัชนีราคานำเข้าปรับตัวสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าเชื้อเพลิง สูงขึ้นร้อยละ 72.6 ได้แก่ น้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป ตามภาวะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 6.7 ได้แก่ ปุ๋ย จากการจำกัดการส่งออกของจีน และต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น เคมีภัณฑ์ ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น หมวดสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้นร้อยละ 4.4ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน โดยเฉพาะเครื่องมือสื่อสารที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีเทคโนโลยีที่สูงขึ้น นมและผลิตภัณฑ์นม จากความต้องการนำเข้าทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความต้องการเก็บสำรองไว้ เนื่องจากปริมาณนมมีแนวโน้มลดลงตามฤดูกาล และหมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 3.0 ได้แก่ เครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ จากความต้องการใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ จากต้นทุนการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ที่บ้าน ขณะที่หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง ลดลงร้อยละ 2.9 ได้แก่ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ และรถยนต์นั่ง เนื่องจากส่วนประกอบของรถยนต์บางรุ่นราคาลดลง

       แนวโน้มดัชนีราคาส่งออก เดือนธันวาคม 2564 คาดว่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าปี 2563 2) ต้นทุนผู้ประกอบการด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น 3) ความต้องการสินค้ากลุ่มอาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง 4) สินค้าที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ยังอยู่ในกระแสความต้องการของตลาดและ 5) สินค้าเกษตรสำคัญมีแนวโน้มขยายตัว

       แนวโน้มดัชนีราคานำเข้า เดือนธันวาคม 2564 คาดว่าขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องเช่นกันโดยมีปัจจัยสนับสนุนให้ราคาสูงขึ้นจาก 1) ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าปี 2563 2) ราคาวัตถุดิบที่สำคัญในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น 3) ราคาสินค้าคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวสูงขึ้น และ 4) ต้นทุนการขนส่งปรับตัวสูงขึ้น

       

รายละเอียด.....